วันจันทร์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

ตัวอย่าง การใช้ภาษาโดยมีการเปลี่ยนแปลง

แปลงเสียงสั้นเสียงยาว
อะไร แปลงเป็น อาราย
ได้ แปลงเป็น ด้าย
ไม่ใช่ แปลงเป็น ม่ายช่าย
ไป แปลงเป็น ปาย
ใคร แปลงเป็น คราย
ทําไม แปลงเป็น ทามมาย
มาก แปลงเป็น มั่ก
ด้วย แปลงเป็น ดั่ว
สัตว์ แปลงเป็น สาด
กติกา แปลงเป็น กติกู

แปลงสระ
คิดถึง แปลงเป็น คิดถุง
กว่า แปลงเป็น กั่ว
ไม่ แปลงเป็น มะ
แล้ว แปลงเป็น แระ
เอา แปลงเป็น แอง
จะ แปลงเป็น จา,จิ
เพื่อน แปลงเป็น เพิ่ล
เปล่า แปลงเป็น ป่าว,ปะ
ไป แปลงเป็น ปาย
ทํา แปลงเป็น ทาม
ขอบคุณ แปลงเป็น ขอบคุง
เลย แปลงเป็น โรย

แปลงคำควบกล้ำ
จริงสิ แปลงเป็น จิงดิ
เปล่า แปลงเป็น ป่าว,ปะ
หรือเปล่า แปลงเป็น อ๊ะป่าว
จ้า แปลงเป็น จร้า
ค่า แปลงเป็น คร่า

ซ้ำตัวสะกด
ว้าย แปลงเป็น ว๊ายยยย
โอ๊ย แปลงเป็น โอ๊ยยยย
ครับ แปลงเป็น ค๊าบบบบ
รัก แปลงเป็น ร๊ากกก

ซ้ำสระ
เอ้า แปลงเป็น เอ้าาาา
จ้า แปลงเป็น จร้าาาา
ค่า แปลงเป็น คร่าาาาา

เขียนแตกต่างจากเดิม
ขอบใจ แปลงเป็น ขอบจัย
อย่างไร แปลงเป็น ยังงัย
ทําให้ แปลงเป็น ทำหั้ย
เธอ แปลงเป็น เทอ
จริง แปลงเป็น จิง

เขียนรูปแบบหรือสัญลักษณ์
เสียงหัวเราะฮ่าฮ่าฮ่า แปลงเป็น 555
ยิ้ม แปลงเป็น : )
ยิ้มขยิบตา แปลงเป็น ; )
ทําหน้าตาเบื่อโลก แปลงเป็น -_-

การแทรกเสียง
มึง แปลงเป็น มรึง
กู แปลงเป็น กรู
จ้า แปลงเป็น จร้า
ค่า แปลงเป็น คร่า
ค่ะ แปลงเป็น คระ
คิด แปลงเป็น คริด
สุดตีน แปลงเป็น สุดตรีน

การกลมกลืนเสียง
แม่มึง แปลงเป็น แม่ง
ดูซิ แปลงเป็น ดูดิ
กระโปรง+กางเกง แปลงเป็น กระเปรง
ค.วาย+แรด แปลงเป็น แคว๊ด
แฟน+ควาย แปลงเป็น แควน
โวยวาย แปลงเป็น วีน

การตัดเสียง
ซุปเปอร์สตาร์ แปลงเป็น ซุปตาร์
มหาวิทยาลัย แปลงเป็น มหาลัย
คอนเฟิร์ม แปลงเป็น เฟิร์ม
ไม่ไหวที่จะเคลียร์ แปลงเป็น ไม่ไหวจะเคลียร์
งอนตุ๊บป่อง แปลงเป็น งอนป่อง,งอนป่องๆ
อิทธิพล แปลงเป็น อิด
พารานอย(paranoid) แปลงเป็น นอย
โอเค แปลงเป็น โอ
สตรอเบอรี่ แปลงเป็น สะตอ
แนบเนียน แปลงเป็น เนียน
อิมพอสสิเบล แปลงเป็น อิม
เนิบนาบ แปลงเป็น เนิบ
ติ๊งต๊อง แปลงเป็น ติ๊ง
สวัสดี แปลงเป็น หวัดดี

การกร่อนเสียง
ใช่ไหม กร่อนเสียงเป็น ชิมิ
ตาวัน กร่อนเสียงเป็น ตะวัน
หมากกรูด กร่อนเสียงเป็น มะกรูด
หมากนาว กร่อนเสียงเป็น มะนาว
แฟน กร่อนเสียงเป็น ฟุ๊บุ
กระล่อน กร่อนเสียงเป็น หลี
ขี้เหร่ กร่อนเสียงเป็น เหียก
ช่างทำได้นะ กร่อนเสียงเป็น กล้านะ
เสียว กร่อนเสียงเป็น เซี้ยว
อร่อย กร่อนเสียงเป็น เอ็ดย่า
กับ กร่อนเสียงเป็น กะ
แจ๋ว(คนใช้) กร่อนเสียงเป็น แจ๋ง
ปอด กร่อนเสียงเป็น ป๊อด

ความหมายต่างไปจากเดิม
ปวดตับ หมายถึง เครียด
กลิ่นตุๆ หมายถึง เค้าลางของการทุจริต
เกาเหลา หมายถึง ไม่ถูกกัน,ไม่กินเส้น
ตู้ หมายถึง เด็กเรียน
สิว-สิว หมายถึง เรื่องขี้ผง เรื่องเล็กๆ ง่ายมาก
ซึม หมายถึง พวกชอบทำไม่รู้ไม่ชี้ แต่ที่แท้ตัวดี
ป๊อด หมายถึง ไม่กล้า
กิ๊บ หมายถึง เจ๋งมากๆ
เบๆ หมายถึง ง่ายๆ หมูๆ
ออนป้า หมายถึง ทำตัวแก่ประมาณคุณป้า
เนิร์ด(Nerd) หมายถึง เด็กเรียน
งานเข้า หมายถึง ได้เรื่องหรือมีเรื่องเดือดร้อนเข้ามา
ยาวไป หมายถึง เที่ยวกลางคืนจนถึงดึกดื่นถึงเช้า
เนียน หมายถึง ทำได้กลมกลืน ทำเนียบเนียนดีมาก
วีนแตก หมายถึง ชอบอาละวาด ชอบโวยวาย
เฟิร์มนะ หมายถึง ตกลงแน่นอนตามนั้นใช่ไหม่
โดนใจ หมายถึง ประทับใจ

และยังมีคำอีกมากมายที่ถูกบัญญัติขึ้นโดยกลุ่มผู้ใช้ที่เป็นวัยรุ่น จนแทบจะกลายเป็นภาษาทางการของกลุ่มวัยรุ่นที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายและนับวันยิ่งขยายวงกว้างออกไปเรื่อยๆ ซึ่งปัญหาเหล่านี้หากทุกภาคส่วนในสังคมยังคงปล่อยวางไม่เร่งรีบหาทางแก้ไข และยังคงมีการใช้บ่อยๆ ก็จะทำให้เกิดความเคยชิน อีกทั้งมีการนำไปใช้ในชีวิตประจำวันจนในที่สุดก็จะกลายเป็นเรื่องปกติ ซึ่งน่าหวั่นเกรงยิ่งนักว่าในอนาคตปัญหาวิกฤติภาษาไทยก็จะยิ่งยากเกินการเยียวยาแก้ไข

ปัญหาที่พบเป็นอย่างมากเกี่ยวกับการใช้ภาษาไทย

         ในปัจจุบันปัญหาที่พบเป็นอย่างมากเกี่ยวกับการใช้ภาษาไทย
       คือการใช้ภาษาในทางวิบัติ และมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการใช้ภาษาอยู่หลายประเภท เช่น
1. รูปแบบการพูด เป็นประเภทของภาษาวิบัติที่ใช้เวลาพูดกัน ซึ่งบางครั้งก็ปรากฏขึ้นในการเขียนด้วย แต่     น้อยกว่ากลุ่มที่ใช้ในเวลาเขียน โดยการพูดมักจะพูดให้มีเสียงสั้นลง หรือยาวขึ้น หรือไม่ออกเสียงควบ     กล้ำเลย ประเภทนี้เรียกได้อีกอย่างว่ากลุ่มเพี้ยนเสียง
2. รูปแบบการเขียน รูปแบบของภาษาวิบัติประเภทนี้ โดยทั้งหมดจะเป็นคำพ้องเสียงที่นำมาใช้ผิดหลัก       ของภาษา คนที่ใช้ภาษาวิบัติเวลาเขียนนั้นจะเขียนตามเสียงอ่าน เพราะไม่ต้องการอยู่ในกรอบหรือ         ต้องการทำอะไรที่คิดว่าใหม่ ไม่เลียนแบบของเก่า ได้แก่
  2.1 การเขียนตามเสียงพูด
  2.2 การสร้างรูปการเขียนใหม่
3.รูปแบบของการเปลี่ยนแปลงเสียงอ่าน
4.กลุ่มที่เปลี่ยนแปลงความหมาย

รูปแบบการใช้ภาษาไทยของวัยรุ่น

        รูปแบบการใช้ภาษาไทยของวัยรุ่น
      การใช้ภาษาเป็นเรื่องของการสื่อสาร ซึ่งผู้ส่งสารจะต้องทำให้ผู้รับสารเข้าใจความหมายของตน ให้มากที่สุด แต่การสื่อสารที่มีรูปแบบแตกต่างกัน จะทำให้การใช้ภาษามีความแตกต่างกันไปด้วย เช่น การสื่อสารแบบเผชิญหน้าย่อมแตกต่างจากการสื่อสารแบบผ่านเครื่องมือการสื่อสาร หรือการสื่อสารด้วย สื่อสิ่งพิมพ์ ย่อมมีความแตกต่างการสื่อสารด้วยสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งมีทั้งภาพและเสียง

ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการใช้ภาษาไทยของวัยรุ่น

           ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการใช้ภาษาไทยของวัยรุ่น
      ปัญหาการใช้ภาษาไทยได้เกิดขึ้นมาเป็นระยะเวลาอันยาวนานหลายสิบปี แต่ในยุคปัจจุบันนี้ปัญหายิ่งวิกฤติความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งมีปัจจัยหนุนนำที่สำคัญนั่นคือความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำไปอย่างรวดเร็ว เราจึงพบการใช้ภาษาไทยแบบผิด ๆ มากมายจนเกือบจะกลายเป็นความคุ้นชิน โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่น ยิ่งน่าเป็นห่วงมากที่สุด เป็นกลุ่มที่นิยมใช้ภาษาที่มีวิวัฒนาการทางภาษาที่เฉพาะกลุ่ม ซึ่งเป็นภาษาที่เกือบจะไม่มีไวยากรณ์ ไม่ว่าจะจากการรับส่งข้อความสั้น (SMS) การส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (E-mail) การสนทนาออนไลน์ (MSN) หรือแม้แต่การแสดงความคิดเห็นในโลกอินเทอร์เน็ต

       อินเทอร์เน็ต การใช้ภาษาไทยที่เกิดจากอินเทอร์เน็ตนั้นเริ่มลุกลามมาจากโปรแกรมแช็ทรูมและเกมออนไลน์ ซึ่งดูคล้ายเป็นการสนทนากันธรรมดา แต่เมื่อได้เข้าไปสัมผัสแล้ว มิใช่เลย การสนทนาอันไม่มีขีดจำกัดของภาษาทำให้เกิดปัญหาขึ้นมากมาย ดังเช่นที่พบตามหน้าหนังสือพิมพ์ในปัจจุบัน และในขณะเดียวกันก็สร้างปัญหาให้แก่วงการภาษาไทยด้วย นั่นคือการกร่อนคำ และการสร้างคำใหม่ให้มีความหมายแปลกไปจากเดิม หรืออย่างที่เรียกว่าภาษาเด็กแนวนั่นเอง

       วัยรุ่น เป็นช่วงวัยที่มีการสื่อสารกันมากและมีรูปแบบการสื่อสารด้วยคำที่ทันสมัย มีความหมายเฉพาะสำหรับกลุ่มและช่วงวัย วัยรุ่นจึงขาดความคำนึงถึงความถูกต้องเหมาะสมของภาษาที่ใช้ให้เหมาะสม มีหลายสาเหตุที่ทำให้วัยรุ่นใช้ภาษาที่ผิดๆ โดยเฉพาะเทคโนโลยีเข้ามาเกี่ยวข้องอย่างมาก ทำให้มีความสะดวกในการใช้ชีวิตประจำวัน รวมทั้งการสื่อสาร วัยรุ่นในประเทศไทยยุคใหม่บางกลุ่มได้สร้างค่านิยมที่ผิดๆ มาใช้ คือ การใช้ภาษาไทยที่ผิดจากคำเดิม จึงทำให้ภาษาไทยของเราเปลี่ยนแปลงไป เยาวชนยุคหลังๆ จึงใช้ภาษาไทยไม่ถูกต้อง    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้จัดทำการทดสอบวัดสมรรถภาพในการใช้ภาษาไทย หัวข้อทักษะการเขียนภาษาไทยเพื่อการประกอบอาชีพ โดยนำนิสิตจากจุฬาฯจำนวน 398 คน มาทำการทดสอบ ซึ่งพบข้อผิดพลาดอยู่หลายจุด และพบว่าไม่มีผู้ใดได้ผลในเกณฑ์ดีมาก ในระดับดีมีอยู่เพียง 28 คน ข้อผิดพลาดที่พบคือ เรื่องวรรคตอนผิด ใช้คำไม่หลากหลาย ซึ่งมีผู้ผ่านเกณฑ์การทดสอบ 250 คนที่บ่งบอกว่าเป็นผู้ใช้ปฏิบัติงานได้ สื่อความคิดได้ครบถ้วน แต่ยังคงต้องเพิ่มเรื่องการเชื่อมโยงความคิด การใช้คำเชื่อม การใช้คำให้ตรงความหมาย และการสะกดคำ ขณะที่มีผู้ทดสอบไม่ผ่าน 120 คน ปัญหาที่สรุปได้คือ ยังขาดความสามารถในการเขียนที่จำเป็นต้องใช้ในการปฏิบัติงาน ควรแก้ไขการสื่อความคิดที่ไม่ชัดเจนหรือวกวน ใช้คำผิด สะกดผิด ใช้ภาษาไม่เหมาะสมกับประเภทของงานเขียนผู้ปกครอง พ่อแม่อยากจะให้ลูกเก่งภาษาต่างประเทศแต่ภาษาไทยก็ไม่ควรละทิ้ง หรือไม่สนใจการใช้ที่ถูกต้อง เพราะภาษาทุกภาษาย่อมมีหลักการใช้ที่เหมือนกันคือ ต้องใช้ให้ถูกกาลเทศะ สถานที่ ถูกบุคคล ต้องชัดเจนทั้งการออกเสียงและใช้ประโยค ถูกต้องตามความหมาย และบริบทของภาษา
นอกจากการเรียนรู้ภาษาไทยกลางและภาษาต่างประเทศแล้วภาษาถิ่นของไทยก็มีความสำคัญมากเช่นกัน ในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา กระแสสังคมคนอาศัยในต่างจังหวัดจะสอนลูกให้พูดภาษากลางอย่างเดียว ไม่สอนภาษาถิ่น ทำให้ลูกพูดภาษาถิ่นไม่ได้ ทำให้เด็กขาดความรู้ในเรื่องนี้ และสังคมท้องถิ่นก็ขาดการสืบทอดสิ่งที่บรรพบุรุษถ่ายทอดกันมา ซึ่งเป็นเรื่องละเอียดอ่อน เช่น ตำราที่ใช้คำท้องถิ่น ทั้งตำรับยา ชื่อต้นไม้ หรือพิธีกรรม เป็นต้นสื่อมวลชน ก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดการใช้ภาษาไทยแบบผิดๆของประชาชนเพราะ สื่อมวลชนเป็นผู้ที่ให้ข้อมูล ข่าวสารกับประชาชนทุกวัน สื่อมวลชนต้องเป็นผู้นำที่ดีที่สุดของการใช้ภาษาและต้องให้ข้อคิดอยู่เสมอว่า ภาษานั้นสะท้อนความเป็นตัวของเราเอง ถ้าใช้ภาษาดี ภาษาที่ถูกต้อง ภาษาที่นำสังคมไปในทางสร้างสรรค์ สร้างความสามัคคี สร้างความรัก สร้างความภูมิใจในชาติจะทำให้ทุกคนเห็นคล้อยตาม แต่ถ้าหากว่าสื่อมวลชนนำภาษาที่ประหลาด ภาษาที่ไม่ถูกต้องเอามาเผยแพร่บ่อยๆ คนจะคิดว่าสิ่งที่สื่อมวลขนมาเผยแพร่นั้นถูกต้อง เป็นสิ่งที่ดี มันจะทำลายภาษาไทย โดยเฉพาะการใช้ภาษาในข่าวพาดหัวหนังสือพิมพ์หรือโทรทัศน์ต่างๆ เป็นต้น
ปัจจัยอีกอย่างหนึ่งในการใช้ภาษาไทย ก็คือ ปัญหาการใช้ภาษาไทยของครูและนักเรียน เกิดจาก ครู เนื่องจากครู คือ ผู้ประสาทวิชา เป็นผู้ให้ความรู้แก่ศิษย์ ดังนั้นความรู้ในด้านต่างๆ เด็กๆจึงมักจะได้รับมาจากครูเป็นส่วนใหญ่ ในขณะที่ครูบางคนนั้นมีความรู้แต่ไม่แตกฉาน โดยเฉพาะวิชาภาษาไทยเป็นวิชาที่มีความละเอียดอ่อน และมีส่วนประกอบแยกย่อยอย่างละเอียดลออ เมื่อครูไม่เข้าใจภาษาไทยอย่างกระจ่าง จึงทำให้นักเรียนไม่เข้าใจตามไปด้วย จนพานเกลียดภาษาไทยไปในที่สุด ซึ่งเป็นปัญหาที่ปรากฏให้เห็นอยู่มากมายในปัจจุบัน

ปัญหาการใช้ภาษาไทยของวัยรุ่น

            ภาษาเป็นสิ่งแสดงภูมิปัญญาอันยอดของมนุษย์ ที่สามารถพัฒนาเสียงซึ่งเปล่งออกได้ด้วยอาการตามธรรมชาติ ให้กลายเป็นเครื่องมือใช้สื่อความคิด ความรู้สึก ความต้องการของตนให้ผู้อื่นรู้และสื่อสารกันได้จนเกิดเป็น ภาษา มนุษย์ใช้ภาษาเป็นเครื่องมือในการติดต่อ สื่อสารและทำความเข้าใจกันในหมู่ชนที่ใช้ภาษาเดียวกันได้ ภาษาทำให้มนุษย์สามารถพัฒนาชีวิต ความเป็นอยู่ความรู้ความสามารถในการหาเลี้ยงชีพ และความสามารถอื่นๆ อีกมากมาย มนุษย์สามารถพัฒนาความรู้ ความคิด จิตใจ คุณธรรม ความเชื่อ ศิลปะ ฯลฯ จนแตกต่างจากสัตว์ทุกชนิดและเป็นผู้ครองโลกได้ก็ด้วยภาษาของมนุษย์นี่เอง ภาษาจึงเป็นส่วนสำคัญ ของความเป็นมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มชนที่เจริญก้าวหน้าจนเป็นมหาอำนาจหรือกลุ่มชนที่ล้าหลังที่สุด ต่างก็มีภาษาใช้สื่อสารกันในกลุ่มของตน และทุกภาษาจะมีความสมบรูณ์เพียงพอที่จะใช้สื่อสารกันได้ในกลุ่ม เมื่อมนุษย์ได้ติดต่อกับคนต่างกลุ่ม ติดต่อกับคนที่ใช้ภาษาต่างไปจากตน การหยิบยืมทางภาษาก็อาจเกิดขึ้นได้ในทุกกลุ่มชน การยืมจะมีมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับความจำเป็นและความต้องการของคนในสังคมนั้นๆ มนุษย์เราใช้ภาษาควบคู่ไปกับการดำรงชีวิต ภาษาจึงอาจรับผลจากความเจริญหรือความเสื่อมของมนุษย์และอาจมีผลต่อ ความเจริญหรือความเสื่อมของสังคมมนุษย์ด้วย

              ภาษาไทยเป็นภาษาที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีรากฐานมาจากออสโตรไทย ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับภาษาจีน มีหลายคำที่ขอยืมมาจากภาษาจีน
พ่อขุนรามคำเเหงได้ประดิษฐ์อักษรไทยขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 1826 (ค.ศ.1283) มี พยัญชนะ 44ตัว (21 เสียง), สระ 21รูป (32 เสียง), วรรณยุกต์5 เสียง คือ เสียง สามัญ เอก โท ตรี จัตวา ภาษาไทยดัดแปลงลงมาจากบาลี และ สันสกฤต
ภาษาไทยเป็นทั้งวัฒนธรรม เอกลักษณ์ และความภูมิใจของคนไทย แต่ปัจจุบันคนไทยจำนวนไม่น้อยที่ใช้ภาษาไทยได้ไม่ดีพอ ไม่รู้ว่าพยัญชนะ สระ และวรรณยุกต์ในภาษาไทยมีกี่รูป กี่เสียง และยังมีคนไทยอีกจำนวนมากที่ยังพูดภาษาไทยผิดบ้าง เขียนผิดบ้าง หรือบ้างก็จับใจความผิด ฟังผิด อ่านผิด บ้างก็พูดภาษาไทยคำภาษาอังกฤษคำ จนเกิดปัญหาการสื่อสารและเข้าใจความหมายของภาษาในทางที่ผิด ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นต้นเหตุที่จะทำให้เสน่ห์ของภาษาไทยค่อย ๆ เลือนหายไป
ภาษาเป็นวัฒนธรรมที่สำคัญของชาติ ภาษาเป็นสื่อใช้ติดต่อกันและทำให้วัฒนธรรมอื่นๆเจริญขึ้น แต่ละภาษามีระเบียบของตนแล้วแต่จะตกลงกันในหมู่ชนชาตินั้น ภาษาจึงเป็นศูนย์กลางยืดคนทั้งชาติ ดังข้อความ ตอนหนึ่งในพระราชนิพนธ์ในพระบาท สมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เรื่อง "ความเป็นชาติโดยแท้จริง" ว่า ภาษาเป็นเครื่องผูกพันมนุษย์ต่อมนุษย์แน่นเฟ้นนกว่าสิ่งอื่น และไม่มีสิ่งใด ที่จะทำให้คนรู้สึกเป็นพวกเดียวกันหรือแน่นอนยิ่งไปกว่าภาษาเดียวกัน รัฐบาลทั้งปวงย่อมรู้สึกในข้อนี้อยู่ดี เพราะฉะนั้น รัฐบาลใดที่ต้องปกครองคนต่างชาติต่างภาษา จึงต้องพยายามตั้งโรงเรียนและออกบัญญัติบังคับ ให้ชนต่างภาษาเรียนภาษาของผู้ปกครอง แต่ความคิดเห็นเช่นนี้ จะสำเร็จตามปรารถนาของรัฐบาลเสมอก็หามิได้ แต่ถ้ายังจัดการแปลง ภาษาไม่สำเร็จอยู่ตราบใด ก็แปลว่า ผู้พูดภาษากับผู้ปกครองนั้นยังไม่เชื่ออยู่ตราบนั้นและยังจะเรียกว่าเป็นชาติเดียวกันกับมหาชนพื้นเมืองไม่ได้ อยู่ตราบนั้น ภาษาเป็นสิ่งซึ่งฝังอยู่ในใจมนุษย์แน่นแฟ้นยิ่งกว่าสิ่งอื่น  ดังนั้น   ภาษาก็เปรียบได้กับรั้วของชาติ ถ้าชนชาติใดรักษาภาษาของตนไว้ได้ดี ให้บริสุทธิ์ ก็จะได้ชื่อว่า รักษาความเป็นชาติ

            คนไทยเป็นผู้ที่โชคดีที่มีภาษาของตนเอง และมีอักษรไทย เป็นตัวอักษร ประจำชาติ อันเป็นมรดกล้ำค่าที่บรรพบุรุษได้สร้างไว้ ซึ่งเป็นเครื่องแสดงว่าไทยเราเป็นชาติที่มีวัฒนธรรมสูงส่งมาแต่โบราณกาลและยั่งยืนมาจนปัจจุบัน คนไทยผู้เป็นเจ้าของภาษา ควรภาคภูมิใจที่ชาติไทยใช้ภาษาไทย เป็นภาษาประจำชาติมากว่า 700 ปีแล้ว และจะยั่งยืนตลอดไป ถ้าทุกคนตระหนักในความสำคัญของภาษาไทย

            ในปัจจุบันนี้ปรากฏว่า ได้มีการใช้คำออกจะฟุ่มเฟือย และไม่ตรงกับความหมายอันแท้จริงอยู่เนือง ๆ ทั้งออกเสียงก็ไม่ถูกต้องตามอักขรวิธี ถ้าปล่อยให้เป็นไปดังนี้ ภาษาของเราก็มีแต่จะทรุดโทรม ชาติไทยเรามีภาษาของเราใช้เองเป็นสิ่งอันประเสริฐอยู่แล้ว เป็นมรดกอันมีค่าตกทอดมาถึงเราทุกคน จึงมีหน้าที่จะต้องรักษาไว้...“ พระบรมราโชวาทในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่นิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2512

            เราจะเห็นได้ว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเน้นย้ำให้ประชาชนชาวไทยตระหนักถึงความสำคัญของภาษาไทยและพระราชทานแนวความคิดในการอนุรักษ์ภาษาไทยในโอกาสต่าง ๆ อยู่เสมอ ที่สำคัญยิ่งกว่านี้ คือ เป็นที่ประจักษ์ว่าพระองค์มีพระปรีชาญาณและพระอัจฉริยภาพในการใช้ภาษาไทย ทรงรอบรู้ปราดเปรื่องและเป็นแบบอย่างแก่ประชาชนในการใช้ภาษาไทยมาโดยตลอด

วันพุธที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2557

คำสั่ง SQL

1. SELECT Statement

ไวยากรณ์

ประโยคคำสั่ง SELECT
SELECT [ALL | DISTINCT] column1[,column2]
FROM table1[,table2]
[WHERE conditions ]
[GROUP BY column-list ]
[HAVING conditions ]
[ORDER BY column-list   [ASC | DESC] ];
[ ] ตัวเลือก

ตัวอย่าง

SELECT name, title, dept
FROM employee
WHERE title LIKE 'Pro%';
ประโยคคำสั่งข้างบนจะเลือก แถว/ค่า ในคอลัมน์ name, title และ dept จาก table “employee” ที่มี title เริ่มต้นด้วย ‘Pro’ ซึ่งจะส่งตำแหน่งงานของ Programmer หรือตำแหน่งอื่นที่ขึ้นต้นด้วย Pro ออกมา

2. GROUP BY

ไวยากรณ์

GROUP BY clause
SELECT column1, SUM(column2 )
FROM list-of-tables
GROUP BY column-list ;
GROUP BY clause ใช้หาผลรวมของคอลัมน์จากแถวในคอลัมน์ที่ระบุ และทำงานร่วมกับ aggregate function ที่ทำงานกับคอลัมน์ 1 คอลัมน์หรือมากกว่า เพื่อหาผลรวมของกลุ่มของแถวข้อมูล
SELECT max(salary), dept
FROM employee
GROUP BY dept;
ประโยคคำสั่งนี้จะเลือกค่า salary มากที่สุด ในแต่ละฝ่าย

ตัวอย่าง

การจัดกลุ่มภายในคอลัมน์ เช่น table ‘item_order’ มีคอลัมน์ quantity ที่เก็บค่า 1, 2, 3 และอื่นๆ โดยต้องการหาค่าราคาสูงสุดของละค่าใน quantity สามารถเขียนคำสั่งได้ดังนี้
SELECT quantity, max(price)
FROM items_ordered
GROUP BY quantity;

3. HAVING

ไวยากรณ์

HAVING clause
SELECT column1, SUM(column2 )
FROM list-of-tables
GROUP BY column-list
HAVING condition ;
HAVING clause ยินยอมให้ระบุเงื่อนไขบนแถวของแต่ละกลุ่ม หรือสามารถเลือกแถวตามเงื่อนไขที่ระบุ HAVING clause ควรตามหลัง GROUP BY clause

ตัวอย่าง

สมมติให้ table “employee” มีคอลัมน์เก็บข้อมูล ชื่อ (name), ฝ่าย (dept), เงินเดือน (salary) และ อายุ (age) ถ้าต้องการเลือกค่าเฉลี่ยเงินเดือนของพนักงานในแต่ละฝ่าย สามารถใช้คำสั่งนี้
SELECT dept, avg(salary)
FROM employee
GROUP BY dept;

4. ORDER BY

ไวยากรณ์

ORDER BY clause
SELECT column1, SUM(column2 )
FROM list-of-tables
ORDER BY olumn-list  [ASC | DESC];
[ ] ตัวเลือก
ORDER BY clause เป็น clause ตัวเลือกซึ่งยินยอมให้แสดงผลลัพธ์ของคิวรี่ที่เรียงลำดับ (ทั้งเรียงลำดับจากน้อยไปมาก หรือ จากมากไปน้อย) ตามคอลัมน์ที่ระบุให้เรียงลำดับ
ASC = Ascending order (เรียงลำดับจากน้อยไปมาก) - เป็นค่าเริ่มต้น
DESC = Descending order (เรียงลำดับจากมากไปน้อย)

ตัวอย่าง

SELECT employee_id, dept, name, age, salary
FROM employee
WHERE dept = 'Sales'
ORDER BY salary;
ประโยคคำสั่งนี้จะเลือก employee_id, dept, name, age และ salary จาก table “employee” ที่ค่า dept เท่ากับ ‘Sales’ และแสดงผลลัพธ์ในลำดับจากน้อยไปมากตาม salary
ถ้าต้องการเรียงลำดับแบบหลายคอลัมน์ ต้องแยกคอลัมน์ด้วยเครื่องหมายจุลภาค
SELECT employee_id, dept, name, age, salary
FROM employee
WHERE dept = 'Sales'
ORDER BY salary, age DESC;

5. การรวมเงื่อนไข และ Boolean Operator

AND OPERATOR

AND operator ใช้เชื่อม 2 เงื่อนไข หรือมากกว่าและแสดงผลลัพธ์เฉพาะที่สอดคล้องกับเงื่อนไขที่กำหนดทั้งหมด

ไวยากรณ์

AND operator
SELECT column1, SUM(column2 )
FROM list-of-tables
WHERE condition1  AND condition2 ;
AND สามารถใช้เชื่อมเงื่อนไขใน WHERE clause ตั้งแต่ 2 เงื่อนไขขึ้นไป โดยการแสดงแถวข้อมูลตามเงื่อนไขต้องเป็นจริงทุกค่า

ตัวอย่าง

SELECT employee_id, name, title, salary
FROM employee
WHERE salary >= 50000.00 AND title = 'Programmer';
ประโยคคำสั่งนี้แสดงข้อมูล employee_id, name, title และ salary จาก table “employee” ที่เงินเดือน (salary) มากกว่าหรือเท่ากับ 50,000 และ ตำแหน่ง (title) เท่ากับ Programmer’ ซึ่งข้อมูลสามารถแสดงออกมา เมื่อเงื่อนไขทั้งสองเป็นจริง ถ้าเงื่อนไขใดเงื่อนไขหนึ่งเป็นจริงจะไม่แสดงออกมา

6. IN และ BETWEEN

IN

ไวยากรณ์

IN conditional operator
SELECT column1, SUM(column2 )
FROM list-of-tables
WHERE column3  IN (list-of-values );
IN เป็น operator ที่ใช้ทดสอบข้อมูลกับชุดของสมาชิก โดยทดสอบว่าค่าในคอลัมน์ (ที่ระบุก่อนคีย์เวิร์ด IN) อยู่ในรายการของค่าที่กำหนดให้หลังคีย์เวิร์ด IN

ตัวอย่าง

SELECT employee_id, name, salary
FROM employee
WHERE name IN ('Somchai', 'Sompong', 'Wanchai', 'Pornchai');
ประโยคคำสั่งนี้แสดงข้อมูล employee_id, name และ salary จาก table “employee” เฉพาะชื่อ (name) เป็นชื่อใดชื่อหนึ่งของ 'Somchai', 'Sompong', 'Wanchai', 'Pornchai' ผลลัพธ์แสดงแถวข้อมูลจากการส่งออกค่าใดค่าหนึ่งในค่าเหล่านี้
IN สามารถเขียนในรูปของ OR ได้ดังนี้
SELECT employee_id, name, salary
FROM employee
WHERE (name = 'Somchai') OR (name = 'Sompong ') OR (name = ' Wanchai') OR (name = 'Pornchai');
NOT IN สามารถใช้ดึงข้อมูลที่ภายนอกค่าของ IN
SELECT employee_id, name, salary
FROM employee
WHERE name NOT IN ('Somchai', 'Sompong', 'Wanchai', 'Pornchai');

BETWEEN

ไวยากรณ์

BETWEEN conditional operator
SELECT column1, SUM(column2 )
FROM list-of-tables
WHERE column3  BETWEEN value1  AND value2 ;
BETWEEN ใช้ทอสอบค่า (ที่ระบุก่อนคีย์เวิร์ด BETWEEN) อยู่ภายในช่วงของค่า 2 ค่าที่ระบุหลังคีย์เวิร์ด BETWEEN

ตัวอย่าง

SELECT employee_id, age, name, salary
FROM employee
WHERE age BETWEEN 30 AND 40;
ประโยคคำสั่งนี้เลือก employee_id, age, name และ salary จาก table “employee” ที่ age อยู่ระหว่าง 30 ถึง 40
เขียนประโยคคำสั่งใหม่โดยไม่ใช่ BETWEEN
SELECT employee_id, age, name, salary
FROM employee
WHERE age >= 30 AND age <= 40;
NOT BETWEEN สามารถใช้ดึงข้อมูลที่ภายนอกค่าของ BETWEEN
SELECT employee_id, age, name, salary
FROM employee
WHERE age NOT BETWEEN 30 AND 40;

7. Function

ฟังก์ชันที่ทำงานกับข้อมูลของแต่ละแถว เป็นฟังก์ชันที่สามารถทำงานใช้ประโยชน์ได้ดี แต่ไม่อยู่ในมาตรฐาน ANSI SQL-92 ซึ่งฟังก์ชันเหล่านี้อาจจะมีให้หรือไม่มีให้ขึ้นระบบฐานข้อมูลที่ใช้ ฐานข้อมูลหลักส่วนใหญ่มีให้ใช้

ฟังก์ชัน STRING

LEFT(<string>,x)ส่งออกตัวอักษรซ้ายสุด x ตัวอักษรของข้อความ เช่น LEFT(‘America’,2) = Am
RIGHT(<string>,x)ส่งออกตัวอักษรขวาสุด x ตัวอักษรของข้อความ เช่น RIGHT(‘America’,2) = ca
UPPER(<string>)แปลงข้อความทั้งหมดให้เป็นตัวอักษรใหญ่ เช่น UPPER(‘america’) = AMERICA
LOWER(<string>)แปลงข้อความทั้งหมดให้เป็นตัวอักษรเล็ก เช่น LOWER(‘AMERICA’)=america
INITCAP(<string>)แปลงข้อความทั้งหมดให้ขึ้นต้นด้วยอักษรตัวใหญ่ เช่น INITCAP(‘america’) = America
LENGTH(<string>)ส่งออกตัวอักษรในข้อความ เช่น LENGTH (‘America’) = 7
<string>||<string>ต่อ 2 ข้อความเป็นข้อความเดียวกัน (concatenated)
SUBSTR(<string>,x,y)ดึงตัวอักษรตั้งแต่ตำแหน่งที่ x จำนวน y ตัวอักษร เช่น SUBSTR(‘ABCDEF’, 3,3) = CDE
NVL(<column>, <value>)ฟังก์ชันที่ใช้เปลี่ยนค่า Null ในคอลัมน์ column ที่ระบุเป็นค่าใหม่ตาม value เช่น NVL(salary,0) หมายถึง ค่าที่เป็น Null ในคอลัมน์ salary ให้เปลี่ยนเป็น ศูนย์

ฟังก์ชันคณิตศาสตร์

ABS(x)ส่งออกค่าสัมบูรณ์ของ x
SIGN(x)ส่งออกค่าเครื่องหมายของ x เป็น -1, 0, or 1 (ค่าลบ, ศูนย์ หรือค่าบวก)
MOD(x,y)modulo - ส่งออกค่าจำนวนเต็มของการหาร x ด้วย y (เหมือนกับ x%y)
FLOOR(x)ส่งออกค่าจำนวนเต็มใหญ่ที่สุดที่น้อยกว่าหรือเท่ากับ x
CEILING(x) or CEIL(x)ส่งออกค่าจำนวนเต็มเล็กที่สุดที่มากกว่าหรือเท่ากับ x
POWER(x,y)ส่งออกค่าของ x ยกกำลัง y
ROUND(x)ส่งออกค่าที่ปรับเป็นจำนวนเต็มที่ใกล้ที่สุดของ x
ROUND(x,d)ส่งออกค่าที่ปรับตามจำนวนตำแหน่งทศนิยมที่ระบุด้วยค่า d
SQRT(x)ส่งออกค่ารากที่ 2 ของ x



ตัวอย่าง

SELECT round(salary), name
FROM employee;
ประโยคคำสั่งนี้ปรับค่า salary ให้เป็นจำนวนเต็มที่ใกล้ที่สุด และ name จาก table “employee”

8. Aggregate Function

Aggregate function ในคำสั่ง SQL ได้แก่
MINส่งออกค่าน้อยที่สุดของคอลัมน์ที่กำหนด
MAXส่งออกค่ามากที่สุดของคอลัมน์ที่กำหนด
SUMส่งออกผลรวมค่าตัวเลขของคอลัมน์ที่กำหนด
AVGส่งออกค่าเฉลี่ยของคอลัมน์ที่กำหนด
COUNTส่งออกผลรวมจำนวนของค่าของคอลัมน์ที่กำหนด
COUNT(*)ส่งออกจำนวนแถวใน table
aggregate function ใช้คำนวณเทียบกับการส่งออกคอลัมน์ของข้อมูลตัวเลขจากประโยคคำสั่ง SELECT ฟังก์ชันกลุ่มนี้ใช้หาผลรวมพื้นฐานของคอลัมน์ที่เจาะจงจากข้อมูลที่เลือกมา การทำงานของฟังก์ชันต้องใช้ GROUP BY clause เพื่อครอบคลุมการทำงาน แต่ฟังก์ชันสามารถใช้ได้โดยไม่มี GROUP BY clause

ตัวอย่าง

SELECT AVG(salary)
FROM employee;
ประโยคคำสั่งจะส่งออกผลลัพธ์ที่เก็บค่าเฉลี่ยของทุกข้อมูลที่ส่งออกมาในคอลัมน์ salary จาก table “employee”

9. JOIN

ไวยากรณ์

SELECT list-of-columns
FROM table1,table2,..
WHERE search-condition1 = search-condition2, ..
สมมติว่า ในการเก็บข้อมูลการซื้อสินค้า ประกอบด้วย 3 table คือ
1. customer_info เก็บรายละเอียดของลูกค้า
2. purchase_order เก็บรายละเอียดรายการสั่งซื้อ
”customer_info”
customer_numberfirstnamelastnameaddresscityprovincezip
”purchases”
customer_numberbuydateitemquantityprice

KEY

ในการเชื่อม table ของ SQL มีส่วนสำคัญที่เกี่ยวข้อง คือ Key ซึ่งมีแนวคิด ดังนี้
primary key เป็นคอลัมน์หรือชุดของคอลัมน์ที่ระบุแบบไม่ซ้ำ ตัวอย่างเช่น table “customer_info” มีคอลัมน์ customer_number เป็นคอลัมน์ที่ระบุแบบไม่ซ้ำของ ซึ่งมีความหมาย 2 อย่าง คือ ประการแรก ไม่มีข้อมูล 2 แถวสามารถมี customer_number เดียวกัน ถึงแม้ว่า 2 customer_number มีชื่อแรกและชื่อหลังเหมือนกัน ประการที่ 2 คอลัมน์ customer_number ทำให้มั่นใจว่าลูกค้า 2 รายนี้ไม่มีความสับสนต่อกัน เพราะการค้นหาข้อมูลใช้คอลัมน์ customer_number แทนการใช้ชื่อ
foreign key เป็นคอลัมน์ใน table ที่ primary key อยู่ table อื่น ซึ่งหมายความว่า ข้อมูลในคอลัมน์ foreign key ต้องตรงกับข้อมูลของ primary key ใน table อื่น ใน RDBMS ข้อมูลที่ตรงกัน รู้จักในฐานะ Reference Integrity ตัวอย่างเช่น table “purchases” มีคอลัมน์ customer_number เป็น foreign key โดยมี primary key อยู่ใน table “customer_info”
JOIN ที่กล่าวถึงนี้ เป็น INNER JOIN ซึ่งเป็นประเภทการเชื่อมปกติ

ตัวอย่าง

SELECT employee.employee_id, employee.lastname, employee_sales.comission
FROM employee, employee_sales
WHERE employee.employeeid = employee_sales.employeeid;
ประโยคคำสั่งนี้เลือก employee_id และ lastname จาก table “employee” และ comission จาก table “employee_sales” สำหรับทุกแถวที่ employee_id ใน table “employee” ตรงกับ employee_id ใน table “employee_sales”

10. Sub Query และ UNION

SUB QUERIES

คิวรี่ย่อย (sub queries) หมายถึง การสร้างประโยคคำสั่ง SELECT ภายในอีก ประโยคคำสั่ง SELECT หนึ่ง ซึ่งมักจะใช้ใน WHERE clause เช่น การเลือกลูกค้าที่ซื้อสินค้าแพงกว่าค่าเฉลี่ย 100
SELECT customer_number
FROM purchases
WHERE price >(SELECT avg(price) + 100 FROM purchases);
คิวรี่ย่อยคำนวณค่าเฉลี่ยของ price แล้วบวก 100 และใช้เป็นค่าอ้างอิง โดยการแสดง customer_number ที่มีค่า price มากกว่าค่าคำนวณจากคิวรี่ย่อย

UNION

UNION เป็นการนำหลายคิวรี่ ให้มาแสดงผลเป็นคิวรี่เดียวที่ใช้คอลัมน์ร่วมกัน
SELECT list-of-column FROM table1
UNION
SELECT list-of-column FROM table2
. . .
UNION
SELECT list-of-column FROM tablen
[ORDER BY columnname];

ตัวอย่าง

SELECT name, phone FROM employee
UNION SELECT lastname, phone FROM customer_info;
ประโยคคำสั่งนี้เลือก name, phone จาก table “employyee” และ lastname, phone จาก table “customer_info” เพื่อแสดงผลคอลัมน์ name เป็นรายชื่อของพนักงานและลูกค้า ส่วนคอลัมน์ phone แสดงหมายเลขโทรศัพท์ของพนักงานและลูกค้า

ที่มา : http://www.widebase.net/database/sql/sqlquery/sqlquery11.shtml

ข้อสอบ o-net วิชา คอมพิวเตอร์

1.ข้อใดไม่ใช่ระบบปฏิบัติการที่นำมาใช้บนอุปกรณ์พกพา
ประเภท  Smartphone.
     1.  Ubumtu       2.  Iphone  os
     3.  Android      4.  Symbian
เฉลยข้อ  1


2.ไฟล์ประเภทใดในข้อต่อไปนี้เก็บข้อมูลในลักษณะตัวอักษร.
    1.  ไฟล์เพลง  MP 3 (mp 3)
    2.  ไฟล์รูปประเภท  JPEG (jpeg)
    3.  ไฟล์แสดงผลหน้าเว็บ (html)
    4.  ไฟล์วีดีโอประเภท  Movie (movie)
เฉลยข้อ  3


3.ลิขสิทธิ์โปรแกรมประเภทรหัสเปิด(Open Source)อนุญาต
ให้ผู้ใช้ทำอะไรได้บ้าง.
ก.  นำโปรแกรมมาใช้งานโดยไม่ต้องเสียค่าลิขสิทธิ์
ข.  ทดลองใช้โปรแกรมก่อนถ้าพอใจจึงจ่ายค่าลิขสิทธิ์
ค.  แก้ไขปรับปรุงโปรแกรมเองได้
    1.  ข้อ  ก กับ  ข้อ  ค      2.  ข้อ  ข  กับ  ข้อ  ค
    3.  ข้อ  ข  อย่างเดียว     4.  ข้อ  ก  อย่างเดียว
เฉลยข้อ  4


4.ระบบกระดานสนทนาหรือเว็บบอร์ดแห่งหนึ่งมีความต้องการดังนี้
ก.  ต้องให้ผู้ใช้สามารถตั้งกระทู้โต้ตอบกันได้โดยผู้ใช้
ต้องแสดงตัวตน(ล็อกอิน)เพื่อเข้าระบบก่อน
ข.  ผู้ใช้สามารถตั้งกระทู้หรือเข้าไปตอบกระทู้ที่ตั้งไว้แล้วได้
ค.  ระบบจะบันทึกชื่อผู้ตั้งและผู้ตอบไว้ด้วย
ในการออกแบบฐานข้อมูลดังกล่าวข้อใดกล่าวได้ถูกต้อง.
    1.  ต้องสร้างตารางผู้ใช้ ตารางกระทู้และตารางคำตอบ
    2.  ไม่ต้องสร้างตารางผู้ใช้เนื่องจากสามารถบันทึกชื่อ
    ผู้ใช้ในตารางกระทู้และตารางคำตอบได้เลย
    3.  ต้องสร้างตารางผู้ใช้และตารางกระทู้ส่วนคำตอบจะอยู่
    ในตารางกระทู้อยู่แล้ว
    4.  ไม่ต้องสร้างตารางกระทู้เพราะสามารถบันทึกกระทู้ที่ผู้ใช้
    ตั้งในตารางผู้ใช้ได้เลย
เฉลยข้อ  4


5.อุปกรณ์ข้อใดคือหน่วยประเมินผลกลางของคอมพิวเตอร์.
เฉลย  CPU


6.ข้อใดเป้นการปฏิบัติที่ถูกต้องตามหลักวิชาการเมื่อค้นคว้า
หาข้อมูลจากอินเทอร์เนตมาทำรายงาน.
    1.  คัดลอกเนื้อหาจากเว็บไซต์
    2.  ใช้เนื้อหาจากกระดานสนทนา(Web board)มาใส่ในรายงาน
    3.  นำรูปภาพจากเว็บไซต์มาใส่ในรายงาน
    4.  อ้างอิงชื่อผู้เขียนบทความ
เฉลยข้อ  4


5.ห้องสมุดแห่งหนึ่งต้องการพัมนาระบบยืมหนังสือโดยสามารถ
บันทึกข้อมูลการยืมหนังสือลงบนบัตรอิเลคโทรนิกส์โดยไม่ต้อง
เขียนด้วยมือระบบนี้ควรใช้เทคโนโลยีในข้อใด.
    
1.  Smart  Card          2.  Fingerprint
    3.  Barcode                 4.  WiFi
เฉลยข้อ  3


6.ผู้ประกอบอาชีพเป็นผู้พัฒนาเว็บไซต์ต้องเชี่ยวชาญความรู้
ด้านใดบ้างจากตัวเลือกต่อไปนี้.
ก.  ฮาร์แวร์คอมพิวเตอร์       ข.  ระบบปฎิบัติการ
ค.  เว็บเซิร์ฟเวอร์                   ง.  HTML
จ.  ระบบฐานข้อมูล                ฉ.  ภาษาจาวา(Java)
    1.  ข้อ  ก และ ค                    2.  ข้อ  ข  และ  จ
    3.  ข้อ  ค  และ  ง                   4.  ข้อ  ค  และ  ฉ
เฉลยข้อ  3


7.ข้อใดเป็นเทคโนโลยีการเชื่อมต่อข้อมูลไร้สายทั้งหมด.
    1.  Wi-Fi  ,  IP              2.  Wi-Fi  ,Bluetooth
    3.  3G  ADSL                4.  3G    Ethernet
เฉลยข้อ  2


8.ข้อใดไม่ใช่ข้อเสียของการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์.
    1.  การทำผิดกฏหมายลิขสิทธิ์มีความผิดทางอาญา
    2.  เป็นช่องทางหนึ่งในการระบาดของไวรัสคอมพิวเตอร์
    3.  ผู้ใช้จะไม่ได้รับการบริการจากผู้พัมนาถ้าหากมีปัญหาการใช้งาน
    4.  ทำให้ผู้พัมนาซอฟแวร์ไม่มีรายได้เพื่อประกอบการและพัฒนาต่อไปได้
เฉลยข้อ  2


9.ข้อใดต่อไปนี้ถูกต้องที่สุด.
    1.  การบันทึกข้อมูลลงแผ่นดีวีดีใช้เทคโนโลยีแบบแม่เหล็ก
    2.  หมายเลขไอพีเป็นหมายเลขที่ใช้กำกับ  Network Interce Card
    3.  หน่วยความจำสำรองเป็นหน่วยความจำที่มีคุณลักษณะแบบ Volntile
    4.  รหัส ACIIและEBCIDICเป็นการวางรหัสตัวอักษรที่ใช้ขนาด  8 บิด
เฉลยข้อ  3 


10. ซอฟต์แวร์นำเสนอ
    1. word processing software
    2. spreadsheet software
    3. database management software
    4. presentation software

เฉลยข้อ  4

 ที่มา : https://krupaga.wordpress.com/category/